Categories
News

บริหารจัดการอาคาร: อย่ารอจนแอร์ไม่เย็นแล้วค่อยล้าง เสี่ยงสุขภาพพัง

บริหารจัดการอาคาร: อย่ารอจนแอร์ไม่เย็นแล้วค่อยล้าง เสี่ยงสุขภาพพัง การล้างแอร์ในแต่ละครั้ง จะช่วยลดการสะสมของฝุ่นบริเวณคอยล์เย็น ทำให้อากาศเข้าไปภายในตัวเครื่องแอร์ได้สะดวกมากขึ้น จึงทำให้ลมที่อออกมาจากตัวเครื่องเย็นฉ่ำ ช่วยยืดอายุการใช้งาน ป้องกันไม่ให้แอร์เสียง่าย ทำให้ไม่ต้องซ่อมแอร์บ่อยซึ่งจะทำให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายในบ้าน เพราะนอกจากเราจะต้องเสียค่าไฟในแต่ละเดือนจากการเปิดแอร์แล้ว

เราก็ต้องยอมในเรื่องของการบำรุงรักษาแอร์ของเรา เพื่อให้มีอายุการใช้งานที่นานขึ้น และไม่ต้องเสียค่าซ่อมที่แพงจนทำให้ค่าใช้จ่ายบานปลาย เพราะการซ่อมแอร์ในแต่ละครั้งนั้น ย่อมเสียค่าใช้จ่ายที่สูง แต่ในขณะเดียวกันเราก็ต้องดูแลรักษาความสะอาดของแอร์ในบ้านของเราด้วย ซึ่งในปัจจุบัน เครื่องปรับอากาศก็ถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ถึงขั้นมีการพัฒนาเปลี่ยนเครื่องปรับอากาศให้กลายเป็นเครื่องฟอกอากาศไปในตัวเพื่อประโยชน์ทางสุขภาพที่สมบูรณ์ที่สุด เพราะอากาศในประเทศไทยที่เพิ่งผ่านภาวะปัญหาฝุ่นละอองในอากาศเกินค่ามาตรฐาน การควบคุมสภาพอากาศภายในบ้านให้สะอาดจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม หลายบ้าน อาจจะไม่มีเวลาล้างแอร์ทำให้เกิดฝุ่นสะสมเป็นจำนวนมาก

และยิ่งทำลายสุขภาพของคนในบ้าน บางคนเข้าใจว่า ไม่จำเป็นต้องล้างทุกๆ 6 เดือน ค่อยนรอให้แอร์ไม่เย็นก่อนแล้วค่อยมาล้างก็ได้ เพราะคิดว่า แอร์ยังสามารถทำงานได้ดี ซึ่งนั่น เป็นความคิดที่ผิด เพราะถ้าหากปล่อยทิ้งไว้ แน่นอนว่า จะทำให้สุขภาพของคนในบ้านมีปัญหาได้ วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องของการล้างแอร์ ว่า ควรล้างแอร์ทุกๆ 6 เดือน หรือควรล้างแอร์เมื่อรู้สึกว่า แอร์ไม่เย็นแล้ว เพื่อเป็นแนวทางให้หลายๆคน ได้หันมาใส่ใจสุขภาพของคนในบ้าน ด้วยการล้างทำความสะอาดแอร์เป็นประจำ ถ้าไม่อยากให้สุขภาพเสียไปเพราะอากาศที่ไม่บริสุทธิ์ภายในบ้านของเรา
 
การล้างแอร์มีความจำเป็นเป็นอย่างมาก เพราะแอร์เปรียบเสมือนเครื่องฟอกอากาศ ถ้าเครื่องฟอกสกปรก เราก็จะได้รับอากาศที่สกปรกไปด้วย ซึ่งในปัจจุบันแอร์รุ่นใหม่ๆ จะมีระบบฟอกอากาศที่ดีและทันสมัยมาก ถ้าแอร์ของเราสะอาด เราก็จะได้รับอากาศที่บริสุทธิ์ ดีต่อสุขภาพของเราและครอบครัว
ความสกปรกของแอร์ขึ้นอยู่กันสภาพการใช้งาน และสภาพแวดล้อมของการติดตั้ง ถ้าห้องที่ปิดมิดชิดลมไม่ค่อยเข้า ฝุ่นไม่ค่อยมี แอร์จะไม่ค่อยสกปรก แต่ถ้าห้องที่อยู่ใน หรือใกล้แหล่งที่มีฝุ่นเยอะ ก็จะทำให้แอร์สกปรกได้เร็ว โดยปกติแล้ว ช่างจะแนะนำให้ล้างแอร์ทุกๆ 6 เดือน เพราะโดยปกติแล้วเราจะเปิดแอร์กันเฉลี่ยวันละ 8 ชั่วโมง เมื่อใช้งานผ่านไป 3 – 6 เดือน พัดลมแอร์จะเริ่มมีฝุ่นสะสมจำนวนมาก 

จนทำให้ลมไม่สามารถออกมาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทำให้ทุก 6 เดือนหรือปีละ 2 ครั้งเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการล้างแอร์ และไม่ควรปล่อยให้แอร์ไม่เย็นแล้วค่อยมาล้าง เพราะนั่นหมายความว่า แอร์ที่สิ่งสกปรกหรือฝุ่นเข้าไปอุดตันเป็นจำนวนมาก ทำให้ลมไม่สามารถผ่านออกมาจากกรองได้ ซึ่งจะทำให้อากาศที่เราสูดดมเข้าไปมีความสกปรก อันตรายต่อคนในครอบครัว

บางบ้านที่เพิ่งล้างแอร์ไปได้ไม่นาน กลับพบว่าแอร์ไม่เย็นเหมือนตอนล้างใหม่ๆ หรือผ่านไปเกิน 6 เดือนแอร์ก็ยังทำความเย็นได้เป็นปกติไม่มีปัญหาอะไร ที่เป็นเช่นนี้เป็นเพราะปริมาณการใช้งาน หากใช้บ่อยครั้งและนานก็ย่อมส่งผลให้มีฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกเข้าไปมากกว่า อีกปัจจัยหนึ่งคือตำแหน่งที่อยู่อาศัย ถ้าบ้านตั้งอยู่ห่างจากถนน หรือบริเวณที่มีฝุ่นละอองน้อย

ก็จะทำให้แอร์เย็นได้นาน ทำให้ไม่สามารถกำหนดเวลาการล้างแอร์ได้แน่นอน อย่างไรก็ตาม มาตรฐานเวลาที่ควรล้างแอร์อยู่ที่อย่างน้อยทุก 6 เดือน การล้างแอร์ นอกจากจะทำให้บ้านเย็นฉ่ำแล้ว ยังช่วยทั้งประหยัดค่าไฟอย่างน้อย 10% ยืดอายุการใช้งานของแอร์ แถมยังช่วยป้องกันเชื้อโรคให้กับคนในครอบครัวอีกด้วย
 
อย่างไรก็ตามเรา อยากให้ทุกครอบครัวได้สร้างบรรยากาศภายในครอบครัวให้มีสิ่งแวดล้อมที่ดีอยู่เสมอ ด้วยการทำความสะอาดบ้านช่องให้น่าอยู่มากยิ่งขึ้น เพราะปัจจัยหลายๆอย่างในบ้านของเรา สามารถสร้างบรรยากาศที่ดีในบ้านได้ ไม่ว่าจะเป็นการที่เราได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีๆ ได้สูดอากาศที่บริสุทธิ์ เพราะเราอยากให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดี เพราะสุขภาพที่ดีสามารถทำให้เรามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น